รีวิว : หูฟังอินเอียร์ Queen of Audio Pink Lady

สวัสดีครับ เราโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งแล้วนะครับ กับผม มาร์ช พารากอน หวังว่าทุก ๆ ท่านคงจะยังไม่เบื่อคนเขียนบทความคนนี้ไปซะก่อนนะครับ ในวาระนี้มีสินค้าดี ๆ มาแนะนำกันอีกครั้ง กับหูฟังชื่อสุดหวาน แต่เหล่าชายหนุ่มกลับถวิลหา จึงขอเอ่ยชื่ออย่างเป็นทางการกับแบรนด์ “Queen Of Audio” น้องใหม่ล่าสุดที่เข้ามาเสริมทัพหูฟังให้ทางร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท เป็นทางเลือกให้ทุก ๆ ท่านได้ลองสัมผัสกันนะครับ

 

แบรนด์ Queen Of Audio นั้น ผมจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า “QoA” หวังว่าทุกท่านคงจะไม่สับสนกันนะครับ ซึ่งทางแบรนด์มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศจีน โดยผู้ก่อตั้งก็คือ คุณ Steve Tong ที่ถ้าหากพูดถึงแบรนด์ที่ขายดีประจำร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท 1 ในนั้นก็คือ แบรนด์ Kinera ซึ่งหลายท่านคงจะคุ้นเคยชื่อนี้โดยทันที ถ้าหากติดตามหูฟังที่ให้เสียงดี ในราคาที่เหมาะสมครับ จึงนับว่าเป็นแบรนด์ที่มีชั้นเชิงในวงการหูฟังมาพอสมควรครับ

 

 

 

ก่อนอื่นก็ต้องขอพาทุกท่านมาชมแพ็คเกจ ของทางแบรนด์ที่ออกแบบมาได้กระทัดรัด ในบรรจุภัณฑ์กล่องสีเหลี่ยมสีดำ ซึ่งทางแบรนด์ได้คิดชื่อรุ่นที่น่ารัก ๆ ว่า “Pink Lady” นั่นเอง ซึ่งเป็นหูฟังรุ่นเดียวและเป็นโมเดลแรกภายใต้แบรนด์ Qoa ครับ

 

 

 

มาดูกันในส่วนของอุปกรณ์ที่ทางแบรนด์ได้ให้มาภายในกล่องกันบ้างนะครับ

 

 

 

โดยแพ็คเกจภายในจะมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ครับ

 

– บอดี้หูฟัง แบบถอดเปลี่ยนสายเคเบิ้ลได้
– สายเคเบิ้ล ขนาดความยาว 1.2 เมตร ชนิดขั้ว 2 Pin ขนาด 0.78mm และ ขั้วแจ็ค 3.5mm

– จุกซิลิโคน จำนวน 6 คู่ Size S, M, และ L มี 2 ชนิด แบบนุ่ม (สีขาว) , แบบเฟิร์ม (สีดำ)

-จุกโฟม 1 คู่
– กระเป๋าหนังสีน้ำตาล ทรงกลม
– คู่มือการใช้งานสินค้า
คราวนี้เรามาดูที่บอดี้หูฟังชัด ๆ กันบ้างนะครับ ซึ่งบริเวณ Faceplate จะมีการใส่โลโก้ Qoa ของทางแบรนด์ไว้อย่างสวยงาม และไม่ดูเยอะจนรกสายตา กับรูปทรงที่สวมใส่ได้กระชับคล้ายคลึงกับ หูฟังประเภท CIEM มากไปกว่านั้นยังใช้วัสดุแบบ Acrylic เฉกเช่นหูฟัง CIEM อีกด้วยครับ จึงทำให้งานประกอบมีความแข็งแรง และแน่นหนามาก ๆ ครับ

 

 

โดยรุ่น Pink lady นั้น ทางแบรนด์ได้ออกแบบเฉดสี มาถึง 2 แบบ นั่นก็คือสีชมพูอมม่วง และ สีดำ ครับ ซึ่งทั้ง 2 เฉดสีก็มีความสวยงาม โดยสำหรับสีม่วงอมชมพู จะมีการเล่นลวดลายคล้าย ๆ ลายหินอ่อน แบ่งเป็นเลเยอร์ ทำให้ลวดลายบนบอดี้ดูเด่น มีมิติ ส่วนสีดำจะออกแบบให้ดูเข้มแบบ Solid ที่ให้ความรู้สึกและสัมผัสมีความเรียบหรู ดูสุภาพ ซึ่งทั้ง 2 สีทำการออกแบบมาได้อย่างลงตัวทืเดียวครับ

 

 

 

อีกหนึ่งอย่างที่มีมาให้นั่นก็คือ กระเป๋าใส่หูฟัง ที่ทำจากหนังสังเคราะห์สีน้ำตาลอ่อนดูสวยงาม และให้ความรู้สึกที่ดีและเหมาะแก่การจับถือเพื่อการพกพามาก ๆ เลยครับ

 

 

นอกจากความงดงามที่บอดี้ของหูฟังแล้วนั้น สเปคที่ทางแบรนด์จัดมาให้ใน Pink Lady ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าความสวยงามที่ภายนอกแค่อย่างเดียว ยังมาพร้อม Driver ชนิด 1 ไดนามิก (Dynamic Driver) ผนวกกับ 2 บาลานซ์ (Balanced Armature Driver) ที่ไม่ต้องพึ่งพาแอมป์ในการใช้งานเพราะต้องการแรงขับเพียงแค่ 17 โอห์ม และรองรับการตอบสนองความถี่ 20 Hz ถึง 20kHz และความไวเสียงที่ 112 dB ซึ่งสเปคนี้สามารถใช้งานโดยตรงกับสมาร์ทโฟนของทุก ๆ ท่านได้ทันทีครับ

 

 

 

ในส่วนของสายเคเบิ้ลก็เป็นสายถักเกลียวที่ดูแข็งแรง ทนทาน มาในโทนสีดำเข้ม และแบ่งขั้วทางด้านซ้าย เป็นสีน้ำเงิน และ ทางด้านขวา สีแดง อย่างชัดเจน โดยที่วัสดุเป็นทองแดงคุณภาพสูง ถักเกลียวแบบ 4 แกน อย่างสวยงามไม่แพ้สายอัพเกรดครับ

 

 

 

และทางแบรนด์ยังมีการสกรีนและออกแบบตรงบริเวณขั้วแจ็ค 3.5mm ได้อย่างสวยงามกับโลโก้ “QoA” สีขาวตัดกับสีดำของวัสดุที่ดูลงตัวเรียบหรูดูดี แบบน้อยแต่มากเลยล่ะครับ

 

 

 

เรามาต่อกันที่ลักษณะในการสวมใส่กันบ้างนะครับ โดย Pink Lady จะมีการสวมใส่เป็นลักษณะคล้องสายไปด้านหลังใบหูแบบนี้ ซึ่งผมจะใส่ให้ชมทั้ง 2 สีเลยครับ

 

 

 

มาดูกันในส่วนที่เป็นใจความสำคัญกันเลยครับ นั่นก็คือโทนเสียงของ “Pink Lady” นั่นเอง

 

 

 

“เวทีเสียง”

• เวทีเสียงอยู่ในขนาดปานกลางไม่กว้างจนเกินไป จึงสามารถจำแนกเสียงดนตรีได้อย่างชัดเจน และไม่อึดอัด อิมเมจของสเกลเสียงที่ค่อนข้างใหญ่ ชิ้นดนตรีอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ยังคงมิติด้านลึกของเวทีที่ทำได้ดี แต่ถ้าฟังเพลงจำพวกที่เป็นวงใหญ่และเครื่องดนตรีหลายชิ้นอาจจะมีการปกคลุมของม่านหมอกอยู่บ้าง เพราะการออกแบบช่องเสียงของชิ้นดนตรีในรุ่นนี้จะไม่ห่างกันจนเกินไปครับ


“ย่านเสียงเบส”

• เบสย่านดีพ มีความดุดันมาก ให้สัมผัสที่มีความเป็นลูกเบสที่ชัดเจน การเก็บตัวของเบสทำได้ว่องไว แต่ยังคงให้บรรยากาศทิ้งตัวของปลายโน้ตเบสได้ดีครับ
• อัพเปอร์เบส มีหัวโน้ตที่ชัดเจน ฟังสนุกและยังให้มิติมาสมทบกับย่านดีพได้อย่างลงตัวเลยครับ


“ย่านเสียงกลาง” 

• เสียงของนักร้องค่อนข้างจะอยู่ในตำแหน่งทางด้านหน้าของเวที จึงให้ความชัดเจนของเสียงร้องที่มีการขึ้นลงของคีย์ได้ไม่มีตกหล่นเลยครับ


“ย่านเสียงแหลม”

• เสียงแหลมค่อนข้างจะชัดเจน ลากปลายเสียงได้ดี เสียงของเครื่องดนตรีจำพวกสแนร์หรือเครื่องดนตรีประเภทเป่า และค่อนข้างจะฉับไวในการเก็บตัวของปลายเสียงแหลม ซึ่งให้คาแรคเตอร์ ไปใกล้เคียงทางหูฟังแบบมอนิเตอร์ได้เลยครับ


 

 

 

แนวเพลงที่ “Pink Lady” สามารถฟังได้ในความรู้สึกของผมนั้น ให้คะแนนไปทางฟังสนุก รุกเร้า กระชากอารมณ์ของเพลงที่มีจังหวะได้ดีเลยทีเดียวครับ นับว่าเป็นหูฟังอีกตัวหนึ่งที่จูนเสียงมาได้ดี เหมาะกับการฟังดนตรีสด ๆ ที่ต้องการความชัดเจนครับ

 

 

 

สุดท้ายนี้สำหรับนิยามของ “ราชินีแห่งเสียงดนตรี” Queen Of Audio ตามชื่อของแบรนด์ก็คงจะไม่ไกลเกินไปนักสำหรับแบรนด์น้องใหม่นี้ ถ้าหากทุกท่านได้มาลองสัมผัสเสียงของ Pink Lady ด้วยตนเองแล้วถามใจตัวท่านเองว่ามันใช่เสียงที่ท่านชื่นชอบหรือไม่? การฟังเพลงแค่มูลค่าของสินค้าไม่ใช่สิ่งที่วัดค่าความงดงามของเสียงที่เหมาะสมเสมอไป ลองมาฟังด้วยตัวของท่านสักครั้งครับ

 

 

 

ในส่วนของ Pink Lady นั้นเปิดตัวมาในราคาเพียง “4,790.-” เท่านั้น แต่สามารถให้ประสิทธิภาพในการฟังเพลงได้ไม่แพ้ใคร แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไปนะครับ สวัสดีทุกท่านครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น